ความชื้นที่พื้นผิวก่อนการทาสีนั้นสำคัญอย่างไรกับงานทาสี

👉 ช่วงนี้เป็นหน้าฝน ซึ่งพื้นผิวปูนที่เราจะทาสีนั้น ต้องสัมผัสหรือได้รับน้ำฝน โดยตรงอย่างแน่นอน ทำให้เกิดความชื้นสะสมที่พื้นผิว โดยลักษณะพื้นผิวสำหรับงานทาสี แบ่งออก เป็น 2 ประเภท คือ
1.พื้นปูนเก่า🏚
พื้นผิวประเภทนี้ โดยส่วนมากร้อยละ 80 จะมีการทาสีเดิมไว้อยู่แล้ว ซึ่งคุณสมบัติของสีทาอาคารในปัจจุบัน จะทำหน้าที่เคลือบหรือปกป้องพื้นผิว ทำให้พื้นผิวปูนไม่ได้สัมผัสกับน้ำหรือความร้อนจากแสงแดดโดยตรง 🌡ความชื้นสะสมที่พื้นผิวแทบจะไม่มีเลยหรือถ้ามีก็น้อยมาก 🌡

2.พื้นผิวปูนใหม่🏠
พื้นผิวประเภทนี้จะค่อนข้างดูดซับความชื้นได้ดี เนื่องด้วยปูนฉาบใหม่มีรูพรุนของปูนสูง โอกาสที่น้ำจะซึมเข้าได้ง่าย โดยทั่วไปควรทิ้งปูนให้แห้งสนิทก่อนทาสีอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้ความชื้นระเหยออกก่อน แต่ถ้าในส่วนที่ทิ้งปูนให้แห้ง 2 สัปดาห์แล้ว เกิดฝนตก ควรปล่อยให้ความชื้นระเหยออกจากพื้นผิวอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง โดยความชื้นสะสมจากการที่ฝนตกลงบนพื้นผิวปูนใหม่ที่เซ็ตตัวแห้งสนิทแล้วนั้น ความชื้นจะซึมผ่านได้แต่จะสะสมเพียงผิวหน้าของปูน จะไม่ซึมผ่านลึก ความชื้นจึงสามารถระเหยออกได้

🏘🏠 ความชื้นที่เหมาะหรือสามารถทาสีได้ควรอยู่ที่ช่วง 14-16% เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดความชื้น PROTIMETER MINI ซึ่งเป็นเครื่องบริษัทสีส่วนใหญ๋ใช้กัน 🏗🏠

ถ้าหากพื้นผิวยังมีความชื้นสูงเเล้วเราทาสีทับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นไดอย่างเเน่นอนก็คือ สีพอง สีลอก สีล่อน เพราะว่าความชื้นเมื่อสะสมอยู่ในปูนจะหาที่ระบายออก เเต่ฟิล์มสีของเรากั้นไว้อยู๋ ดังนั้นจึงดันฟิล์มสีของเราให้พอง